เลือกผู้รับเหมาอย่างไรให้บ้านออกมาปัง ไม่พังแน่นอน เชื่อว่าทุกคนคงมีคำถามในใจ ว่าเราควรจะดู และควรจะเลือกผู้รับเหมาอย่างไร ที่จะทำให้เราสบายใจว่างานที่ได้ จะออกมาดี ออกมาสวย และไม่เจอกับปัญหาการทิ้งงานของผู้รับเหมา ปัญหาการทิ้งงาน เหล่านี้มักพบได้อยู่เสมอ จึงเป็นปัญหาที่ทำให้เรานั้นต้องกุมขมับ และต้องแก้ปัญหาด้วยการหาผู้รับเหมาหน้าใหม่เข้ามาสานงานต่อ

เทคนิคเบื้องต้นในการพิจารณาเลือกผู้รับเหมา

1. ดูผลงานของผู้รับเหมา

ดูรีวิวและผลงานที่ผ่านมา แน่นอนว่าการจะเลือกใช้บริการผู้รับเหมาเข้ามาทำบ้านให้เราทั้งที อันดับแรกเราควรดูรีวิวผลงานที่ผ่านมาเพื่อเป็นการพิจารณาว่าผลงานที่ผ่านมานั้น สวย ดี และตรงตามสไตล์ที่เราต้องการหรือไม่

2. ดูบริษัทและประสบการณ์

ดูความน่าเชื่อถือขององค์กร ในปัจจุบันการจะเลือกผู้รับเหมาสักเจ้าหนึ่งเข้ามาทำบ้านให้เรา เราต้องมั่นใจก่อนว่าผู้รับเหมานั้นเป็นมืออาชีพ จดทะเบียนบริษัท ถูกต้องหรือไม่ เพราะสาเหตุหลักของการที่ผู้รับเหมาทิ้งงาน คือการบริหารงานอย่างไม่เป็นมืออาชีพ ทำให้ขาดทุน ผู้รับเหมาจึงเลือกที่จะทิ้งงาน สร้างความปวดหัวให้กับเจ้าของบ้านไม่ได้หยุดไม่ได้หย่อน

3. พูดคุยเพื่อแจ้งรายละเอียดและรับฟังคำชี้แจ้ง

 ลองติดต่อนัดหมายเพื่อพูดคุย เมื่อนัดหมายผู้รับเหมาเข้ามาดูหน้างานเพื่อแจ้งความต้องการของเราแล้ว ว่าอยากทำอะไร ทำแบบไหนอย่างไร จากนั้นเราลองฟังคำแนะนำจากผู้รับเหมา ว่าทำได้ไหม แนะนำเราว่าควรเพิ่มหรือลดอะไรลงไปในความต้องการบ้าง มีแผนการทำงานคร่าวๆอย่างไร การสร้างหรือต่อเติมแบบนี้อยู่ในความเชี่ยวชาญของผู้รับเหมาหรือไม่ หากพูดคุยดูแล้วรู้สึกว่าผู้รับเหมาท่านนี้ไม่ค่อยโอเค กับความต้องการของเรา ให้เราหยุด และหาเจ้าใหม่ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาที่บานปลายและเกิดการบาดหมางกันในภายหลัง

4. ประเมินและต่อรองราคา

การประเมินราคางาน เมื่อคุณได้ลองพูดคุยรายละเอียดกับผู้รับเหมา ผู้รับเหมาก็จะตีราคาเสนอราคามาให้คุณ ทั้งนี้ราคาการก่อสร้าง ก็ขึ้นอยู่กับหลายๆปัจจัย ทั้งวัสดุ ความยากง่ายของงาน ขนาดพื้นที่ก่อสร้าง และค่าแรง การตกลงราคาที่ชัดเจน จะทำให้คุณตัดสินใจได้ว่าเหมาะสมกับเงินที่คุณจะจ่ายหรือไม่ หาคุณคิดว่าแพงไป ก็สามารถพูดคุยและต่อรองกับทางผู้รับเหมาได้

5. ออกแบบและดีไซน์

การออกแบบเขียนแบบดีไซน์บ้าน หากคุณต้องการสร้างหรือรีโนเวทครั้งใหญ่ คุณควรจะมีผู้เชี่ยวชาญในการออกแบบเพื่อให้คุณได้เห็นภาพ ว่าชอบการดีไซน์ ชอบฟังชั่น และตอบสนองต่อการใช้งานของคุณหรือไม่ เพราะการสร้างแบบจำลองขึ้นมา ทำให้คุณสามารถมองเห็นความเป็นจริงว่าถ้าทำออกมาแล้ว จะตอบสนองความต้องการของคุณได้ดีแค่ไหน ตัวอย่างเช่น หากคุณต้องการรีโนเวทพื้นที่ส่วนหน้าบ้าน ให้เป็นคาเฟ่เล็กๆ การออกแบบภาพสเกต จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ว่าเข้ากับตัวบ้าน พื้นที่ใช้สอยจะลงตัวไหม โทนสีที่จะใช้จะสวยหรือเปล่า

6.ทำสัญญาว่าจ้าง และ ตรวจสอบ BOQ

หากคุณเจอผู้รับเหมาที่ถูกใจคุณแล้ว สิ่งต่อมาที่ควรตรวจสอบ คือการทำสัญญาว่าจ้าง และ BOQ แน่นอนเลยว่าหลายท่านที่เจอปัญหาจากผู้รับเหมา เพราะคุณไม่ได้ทำสัญญา หรืออ่านสัญญาไม่ละเอียด ขั้นตอนนี้ถือเป็นขั้นตอนที่ละเอียดอ่อนอย่างมาก เพราะการมีสัญญาว่าจ้าง จะทำให้การทำงานของผู้รับเหมา ดำเนินการอย่างเป็นขั้นเป็นตอน และอยู่ในขอบเขต เพราะหากมีปัญหา เช่น ผู้รับเหมาขอเบิกเงินบ่อย และมากเกินความเป็นจริง เราสามารถชี้แจงได้ว่าในสัญญา ระบุไว้ว่าเบิกกี่งวด งวดละเท่าไหร่ สัญญาจะเป็นตัวตัดสินปัญหาให้คุณ และเบื้องต้นเราได้กล่างถึง BOQ หลายท่านคงสงสัยว่ามันคืออะไรเราอธิบายอย่างเข้าใจง่ายๆ BOQ ย่อมาจาก “Bill of Quantities“ ซึ่งเป็นเอกสารข้างต้นในการแสดงราคากลางของการก่อสร้าง ในBOQ จะแสดงรายละเอียดต่างๆทั้งปริมาณของวัสดุ ราคาของวัสดุ ที่ถอดมาจากแบบบ้านของคุณ

7.การชำระค่าใช้จ่ายแต่ละงวดและกำหนดระยะเวลา

การจ่ายเงินเมื่อเริ่มดำเนินการและวันที่จะเข้าทำงาน หากทุกขั้นตอนที่กล่าวมา ลุล่วงไปได้ด้วยดี ก็ถึงขั้นตอนที่จะต้องลงมือทำ ก่อนการเริ่มต้นก่อสร้าง ผู้รับเหมาจำเป็นจะต้องเบิกเงินล่วงหน้าจำนวนหนึ่ง เพื่อเป็นค่าวัสดุและอุปกรณ์ ซึ่งจำนวนเงินก็จะขึ้นอยู่กับเจ้าของบ้าน และผู้รับเหมา ว่าตกลงกันอย่างไร จะจ่ายกี่งวด งวดละเท่าไหร่ก็แล้วแต่ความเหมาะสม อีกทั้งการเบิกเงินในแต่ละงวด จะต้องสอดคล้องกับงานที่เดินหน้ามาถึงจุดที่ตกลงกันด้วย วันที่เข้าทำงาน เรื่องนี้ก็เป็นปัญหาให้เจ้าของบ้านปวดหัวได้ไม่น้อยเช่นกัน เชื่อว่าเจ้าของบ้านก็อยากให้งานเสร็จโดยเร็ว แต่ผู้รับเหมาก็มาบ้าง ไม่มาบ้างดังนั้นควรกำหนดระยะเวลาการทำงานจนแล้วเสร็จให้ชัดเจนและเรื่องนี้ควรคุยกันให้เข้าใจ ว่าผู้รับเหมาจะเข้าทำงานวันไหนบ้าง จะหยุดวันไหนบ้าง เพื่อจะได้ไม่ส่งผลทำให้เกิดความไม่สบายใจของตัวเจ้าของบ้านและจะทำให้งานเสร็จตามกำหนดการที่วางไว้

8.การตรวจงานงวดสุดท้าย

การจบงานและตรวจงานก่อนส่งงานให้เจ้าของบ้าน เมื่อผ่านขั้นตอนมากมายมาจนถึงสิ่งสุดท้าย เจ้าของบ้านควรตรวจสอบการใช้งานและความเรียบร้อยในทุกๆจุด เช่น ตรวจสอบรอยรั่วของน้ำ ตรวจสอบการแตกหักในจุดต่างๆ ตรวจสอบระบบไฟฟ้า ตรวจสอบการทาสี ตรวจสอบการอุดตันของท่อน้ำ เป็นต้น การตรวจงานงวดสุดท้ายถือเป็นสิ่งสำคัญเจ้าของบ้านควรให้ความสำคัญในการตรวจสอบอย่างมาก เพราะหากพบปัญหา ช่างจะได้รีบแก้ไขโดยทันที

เชื่อว่าหลักกการเบื้องต้นเหล่านี้ จะช่วยให้คุณเลือกผู้รับเหมาได้ถูกใจ ทำงานอย่างมืออาชีพ และรู้วิธีการในการที่จะว่าจ้างผู้รับเหมา โดยไม่ให้เกิดปัญหาให้คุณต้องปวดหัวอีกต่อไป